“ทนายปราบโกง” พาพนง.การท่าเรือฯ แจ้งความ ปปป. เอาผิด ผอ.การท่าเรือฯ ม.157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

“ทนายปราบโกง” พาพนง.การท่าเรือฯ แจ้งความ ปปป. เอาผิด ผอ.การท่าเรือฯ ม.157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ วันนี้ (21 ก.พ. 68) เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายกฤษฎา อินทามระ ทนายความ พร้อมพนักงานและอดีตพนักงานการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากคดีพิเศษของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ ผอ.กทท. ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นายกฤษฎา เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.60 กทท. ในฐานะผู้เสียหายในคดีพิเศษ ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษพนักงานจำนวน 560 คน กล่าวหาว่าทุจริตเบิกจ่ายค่าล่วงเวลา ทำให้ กทท. เสียหายหลายพันล้านบาท ต่อมาวันที่ 15 ต.ค. 67 ตนและพนักงาน กทท. กว่า 100 คน ได้ไปชุมนุมที่ประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือกราบเรียนนายกรัฐมนตรี ขอให้ กทท. ชดใช้ค่าเสียหายทั้งทางร่างกาย จิตใจ และชื่อเสียง จากกรณีถูก กทท. ร้องทุกข์กล่าวโทษเป็นคดีพิเศษ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) จึงได้มีหนังสือลงวันที่ 16 ต.ค. 67 ถึงสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม ขอให้พิจารณาตรวจสอบและดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจในส่วนที่เกี่ยวข้อง กรณีที่ตนได้ยื่นหนังสือกราบเรียนนายกรัฐมนตรี โดยขอให้พิจารณาชดใช้ค่าเสียหายแก่พนักงาน สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม พิจารณาแล้วเห็นควรส่งเรื่องดังกล่าวให้ กทท. ดำเนินการตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด แล้วแจ้งให้ สปน. และตนทราบโดยตรง พร้อมรายงานให้สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคมทราบด้วย แต่เมื่อ กทท. ได้รับหนังสือแล้วก็เพิกเฉย กระทรวงคมนาคมจึงมีหนังสือลงวันที่ 4 ธ.ค. 67 เพื่อเร่งรัดให้ กทท. แจ้งผลการพิจารณาดำเนินการให้กระทรวงคมนาคมทราบด้วย ต่อมา กทท. จึงมีหนังสือลงวันที่ 29 ม.ค. 68 ถึงตนและ สปน. และสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม โดยผู้ลงนามคือ นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการ กทท. ซึ่งข้อความในหนังสือทั้ง 3 ฉบับมีข้อความเหมือนกัน โดยเฉพาะนายเกรียงไกร กล่าวอ้างว่า กทท. มิได้มีความประสงค์ที่จะดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษพนักงานฯ และอดีตพนักงานฯ เกี่ยวกับกรณีทุจริตเบิกจ่ายค่าล่วงเวลามาตั้งแต่แรกเริ่ม ซึ่งข้อความดังกล่าวเป็นความเท็จ เพราะความจริงคือเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 60 กทท. มีความประสงค์ดำเนินคดีอาญากับพนักงานฯ และอดีตพนักงานฯ รวมทั้งบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องรวม 560 คน และถึงแม้ว่านายเกรียงไกรจะอ้างว่ากรณีดังกล่าวเป็นการร้องทุกข์ตามหนังสือของ DSI ที่ส่งมาถึง กทท. ข้อกล่าวอ้างเช่นนี้ถือเป็นการโยนความผิดไปให้ DSI เพราะก่อนที่ กทท. จะแสดงความประสงค์เป็นผู้เสียหายและร้องทุกข์กล่าวโทษมอบคดีให้ DSI เป็นผู้ดำเนินคดีกับพนักงานฯ จำนวนมากนั้น กทท. ก็จะต้องมีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานแห่งการกระทำความผิดให้แน่ชัดและครบถ้วนเสียก่อนว่า พนักงานฯ จำนวนหลายร้อยคนนั้นได้มีการกระทำความผิดจริงหรือไม่เพียงไร แต่ กทท. ก็หาได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใดไม่ จึงเป็นเหตุให้คดีพิเศษต้องดำเนินต่อไปได้ สร้างความเดือดร้อนเสียหายแก่พนักงานฯ ผู้บริสุทธิ์หลายร้อยคนที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากการถูกกล่าวหาโดยไม่เป็นธรรมทั้งที่เป็นผู้บริสุทธิ์ แต่นายเกรียงไกรกลับทำหนังสือมีข้อความอันเป็นเท็จ โดยมีเจตนาพิเศษต้องการช่วยเหลือผู้บริหารและอดีตผู้บริหารกว่า 30 คน ที่กำลังถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนความผิดข้อหากลั่นแกล้งพนักงานในคดีพิเศษ การกระทำดังกล่าวถือเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อต้องการเอื้อประโยชน์ให้บุคคลเหล่านั้นพ้นผิดหรือไม่ต้องรับโทษ ตนจึงมีความประสงค์ร้องทุกข์กล่าวโทษแจ้งความดำเนินคดีกับนายเกรียงไกร ผู้อำนวยการ กทท. ตามมาตรา 157 ให้ถึงที่สุด เบื้องต้นพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ได้สอบปากคำพนักงานฯ และอดีตพนักงาน กทท. ที่มาแจ้งความ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป




You May Also Like